[oneshot][ori]รักนะ

posted on 07 Nov 2011 23:52 by yiring
ก่อนอื่นก็ต้อง
 
เอนถี่นี้มีเนื้อหาส่อไปในทาง boy's love หากรับไม่ได้ก็กดปิดไปนะจ๊ะ
 
เราเตือนแล้วน้า~~~
 
 
 
เรื่องนี้ได้จากการนั่งเหงาๆวันฮาโลวีน
บวกกับการนั่งเป็นผักอยู่บ้านที่โดนน้ำท่วม
ลามมาถึงวันลอยกระทง
 
จึงพยายามเติมความหวานให้กับชีวิต
แต่ดันออกมาดราม่ากว่าที่คิด
 
ที่จริงคือกำลังถ่วงเวลาแหกบล๊อก
แค่นี้คงพอแล้วมั้ง
 
เอาล่ะ ถ้ารู้สึกแปลกๆก็ด่าได้เลย ฮา
 

Title: ‘รักนะ’

Rating: PG-13

                “ฉันรักนายนะดิว”

                “อื้ม รู้แล้ว” สำหรับเรียว คำว่า ‘รัก’ เปรียบเสมือนคำว่า ‘สวัสดี’ จะต้องพูดให้ได้อย่างน้อยวันละหนึ่งครั้งเมื่อเจอหน้ากัน แต่สำหรับคนฟังอย่างผม มันคืออีกหนึ่งความทรงจำที่ต้องเก็บรักษาไว้....

...............................................

...................................

..............

                “นายว่าพี่แตงน่ารักหรือเปล่า” ผมละสายตาจากหนังสือในมือก่อนจะมองตามเพื่อนรักไปยังสาวสวยนางหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก

                “ก็น่ารักดี” ผมตอบไปตามเรื่อง และก็พอจะเอาได้ว่าคำพูดต่อไปของเรียวคืออะไร

                “ฉันว่าฉันรักพี่แตงแล้วว่ะ”

                อึก...แย่ชะมัด อยู่ๆก็ปวดหัวใจขึ้นมาซะได้ สงสัยร่างกายคงเสียดายที่แทงหวยไม่เห็นจะถูกเหมือนทายคำพูดมัน

                “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ดิว” หืม...นี่ผมทำหน้าแบบไหนอยู่เหรอ

                “ไม่สบายก็บอกสิ ฝืนอยู่ได้ ไอ้บ้านี่ ก็รู้อยู่ว่าตัวเองไม่ค่อยแข็งแรง” นั่นสินะ ผมคงป่วยเอามากๆ ไม่งั้นจะเจ็บทุกครั้งที่มันบอกรักคนอื่นได้ยังไง

                “ก็เพราะนายนั่นแหละ ชอบออกมาเหล่สาวในที่แจ้ง” ผมกลบเกลื่อน พยายามปรับสีหน้าให้ดีที่สุด เหมือนที่ทำทุกครั้งเมื่อได้ยินมันบอกรักใครๆ

                “ครับๆ เรียวผิดเองที่แข็งแรง ขอเชิญน้องดิวผู้อ่อนแอลุกตามผมไปด้านในด้วยครับ” รอยยิ้มของเรียวทำให้ผมสบายใจ แม้จะเป็นการล้อเลียน แต่อย่างน้อยรอยยิ้มนั้นก็เป็นของผม ไม่เหมือนคำบอกรักพวกนั้น

...............................................

...................................

..............

                แก๊ก แก๊ก แก็ก

                ตัวหนังสือมากมายที่ผ่านการกลั่นกรองอย่างดีแล้วจากผม ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆบนหน้าจอโน๊ตบุ๊ค ผมเป็นพวกไม่สันทัดเรื่องเทคโนโลยีสักเท่าไหร่นัก จริงๆคือกลัวซะมากกว่า แต่ที่ต้องมานั่งทำอยู่นี้เพราะอาจารย์สั่งทำรายงาน แถมต้องทำเป็นคู่ คำสั่งก็ออกจะชัดเจนว่ามันต้องทำเป็นคู่ แล้วไหงเป็นผมคนเดียวที่ต้องมาลำบากฟร่ะ    

“โหย เป็นไรดิว ทำหน้าบูดอย่างกับปวดขี้”

ผมเหลือบตามองเจ้าของเสียงเรียกอย่างอาฆาตหนึ่งวิฯ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายงานต่ออย่างตั้งใจ โผล่มาจนได้ไอ้ตัวขี้เกียจ

“งอนอะไรอีกแล้วอ่ะ” ไม่ช่วยแล้วยังเสือกกวน เอามือมากดจอลง วอนซะแล้วไอ้นี่

“จีบสาวเสร็จแล้วเหรอ” ถ้าจะมีอะไรเย็นกว่าน้ำแข็งก็คงเป็นน้ำเสียงผมในวันนี้แหละ หงุดหงิดชะมัด

“ยังไม่เสร็จ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปจีบต่อ” ยังมีหน้ามายิ้ม มันรู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังทำผมลำบาก

“ไม่ช่วยก็ไสหัวไป” ไม่ได้แรง แต่คนกำลังอารมณ์ไม่ดี อยู่ไปก็รกหูรกตา

“ใจร้าย คนอุตส่าห์ไปหาไอ้นี่มาให้แท้ๆ”

สุดยอด!! นี่มันเค้กออกใหม่ร้าน B ที่ผมชอบนี่หน่า อ้า...อยากชิมจังเลย~~~

ถุงใสแจ๋วประทับโลโก้ของร้านเค้กชื่อดังถูกยื่นมาตรงหน้าผม ทำเอาชะงักมือที่จะเอื้อมไปคว้าไว้แทบไม่ทัน ไม่ๆๆ ต้องวางฟอร์มเอาไว้ เดี๋ยวมันจะหาว่าผมเห็นแก่ของกิน

 “อย่าคิดว่าขนมจะซื้อฉันได้ เรียว”

“ไม่เอา?”

“เอา!!” จบกัน เผลอคว้าเค้กมาซะได้ หน๊อย แสบนักนะไอ้บ้านี่

“หึหึ ดูออกง่ายชะมัด” ยังมีหน้ามาหัวเราะกันอีก ผมมองมันอย่างหงุดหงิด น่าฆ่าทิ้งชะมัด

“เอาน่า อุตส่าห์ไปต่อคิวตั้งสองชั่วโมงเพื่อนายเลยนะ มายเลิฟ~~”

 จริงดิ!!

“ไม่เกี่ยวซะหน่อย มาทำงานเลยฉันเหนื่อยแล้ว”

“ที่จริงจะแอบไปกินเค้กใช่ไหมล่ะ” รู้ทันอีกไอ้บ้านี่

“เรื่องของฉันน่า” เกลียดรอยยิ้มรู้ทันของมันที่สุด

...............................................

...................................

..............

                “ฉันคบกับพี่แตงแล้วนะ ดิว” เรียวพูดกับผมด้วยรอยยิ้มที่โครตจะมีความสุข ก็คนกำลังตกอยู่ในห่วงแห่งความรักนี่เนอะ ปวดใจชะมัด

                “หน้าซีดอีกแล้ว อาการกำเริบเหรอดิว ช่วงนี้แย่นะ” สาเหตุมันก็มาจากนายแหละเรียว

                “อากาศเปลี่ยนบ่อยน่ะ” ผมเสมองไปนอกหน้าต่าง ตอนนี้เรานั่งกันอยู่บนเตียงในห้องนอนผม คิดดูสิครับ มันถ่อขึ้นมาบอกข่าวร้าย เอ๊ย ข่าวดีผมถึงบนเตียงเลยทีเดียว

                “งั้นนอนพักอีกหน่อยเถอะ” ไม่ว่าเปล่าไอ้หมอนั่นยังเอามือมาโยกหัวผมเล่นอีกต่างหาก มากไปนะ

                “แกก็ลุกออกไปเตียงฉันเซ่!!” ผมปัดมือมันออก หน๊อย รบกวนคนป่วยแล้วยังจะมาหัวเราะเยาะกันอีก

                “ฮาๆ โอเค ฉันไปแล้วนะ นัดกับพี่แตงไว้”

                “อื้อ รีบไปเหอะ”

                “อ้อเกือบลืม ฉันรักนายนะ ดิว”

                ผมนั่งมองเรียวเดินออกไป ก่อนจะทิ้งตัวลงกับเตียง หึ คำว่ารักของนายมันเป็นคำทักทายจริงๆสินะเรียว ถ้าแบบนี้ผมจะพูดบ้างได้หรือเปล่า

 ‘ฉันก็รักนาย...’

ผมคงป่วยมากไป ถึงได้คิดอะไรเพ้อเจ้อออกมาได้ขนาดนี้...

...............................................

...................................

..............

                ผมเดินทอดน่องไปตามทางเดินยามค่ำคืนด้วยลักษณะที่เรียกได้ว่าไม่ค่อยจะตรงนัก ก็ยอมรับครับว่าจิบไปนิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆนะ เบียร์แค่สองขวดเอง

                ก็แบบมันเซงๆอ่ะ ไม่รู้จะทำอะไร ไอ้บ้าที่ควรจะอยู่ด้วยก็ดันหายหัวไปอยู่กับสาวทั้งสัปดาห์ น่าหงุดหงิดชะมัด ไม่สิ ต้องน่าดีใจต่างหาก เพื่อนรักอุตส่าห์ไปกับแฟนด้วยดี แบบนี้ต้องฉลองอีกสักขวด!!

                “ราตรีสวัสดิ์ครับพี่แตง” เสียงนี้มัน...

                ผมมองไปตามต้นเสียง ชายหญิงคู่หนึ่งปรากฏแก่สายตา ลืมไปได้ยังไงนะว่าบ้านพี่แตงอยู่ซอยเดียวกับผม แย่ชะมัด เอ๊ย ไม่ใช่ ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะ ช่างเถอะ เอาเป็นว่ารีบๆเดินผ่านไปแบบไม่ให้เค้าเห็นจะดีกว่า

                แต่เหมือนพระเจ้าจะไม่เป็นใจกับผมเลย ในจังหวะที่ผมพยายามเร่งฝีเท้าอยู่นั้นเอง เรียวก็โน้มตัวลงหาผู้หญิงตรงหน้า....

... เขาจูบพี่แตง...

                เหมือนร่างทั้งร่างตกลงไปในหลุมดำที่ไร้จุดสิ้นสุด หึ...ก็เขาเป็นคนรักกันนี่หน่า มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ใช่ไหม...

                “เพล้ง!!”

                 เสียงขวดแก้วกระทบพื้นแตกกระจาย แต่นั่นมันไม่ใช่จุดสำคัญหรอก จุดสำคัญมันอยู่ที่ สายตาสองคู่ที่หันมามองผมต่างหาก

                “ง่า...ขอโทษที่มาขัดจังหวะ ผมกำลังจะไปแล้ว” ผมรีบสาวผ่านพวกเขาไป พี่แตงที่หน้าแดงจัดวิ่งหนีเข้าไปในบ้าน ผมกำลังทำตัวเสียมารยาท ต้องรีบหนี หนีไปก่อนที่ใครจะเห็นน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้ม ผมไม่ได้เสียใจซะหน่อย แค่ตกใจ ใช่แค่ตกใจจนร้องไหนเท่านั้นเอง

                เสร็จกัน เรียวฉุดแขนผมไว้ขณะที่เดินผ่าน ดวงตาคมโฟกัสอยู่ที่เศษแก้วบนพื้นถลากเบียร์ยี่ห่อดังโชว์หลาอยู่เด่นชัด

                “นาย...”

                “ฉันไปนะ” ผมไม่อยากจะฟังสิ่งที่มันกำลังจะพูดพยายามอย่างยิ่งที่จะแกะมือที่กำแขนผมออก แต่มันไม่ยอม

                “ดื่มมางั้นเหรอ” ก็แค่นิดหน่อยทำไมต้องทำเสียงเข้มด้วยวะ

                “ชั้นสิบแปดแล้ว เรียว” ผมหันไปจ้องหน้ามันอย่างหาเรื่อง

                “แล้วนี่ร้องไห้ทำไม” ชิบ ลืมตัว ปล่อยให้มันเห็นจนได้

                “ไม่มีอะไร” ผมเบือนหน้าหนี ให้ตายเหอะ หายหัวไปทั้งอาทิตย์อยู่ๆจะมาเป็นห่วงกันทำไม

                “ดิว อย่าโกหกฉัน” เฮ้ นี่ผมชักยั๊วะแล้วนะ

                “ใครโกหกนายไม่ทราบ ขอบอกเลยนะว่าตอนนี้ฉันสุดแสนจะสบายดี เชิญนายเอาเวลาไปดูแลพี่แตงซะให้พอเถอะ!!”

                “ก็ไม่ได้อยากสนใจหรอก ถ้าไอ้คนปากดีไม่ได้ป่วยอยู่ ไม่สบายแล้วเสือกแดกเบียร์”

                “ก็บอกว่าสบายดี!!”

                “โกหก!! เมื่อเช้าแวะไปหา ป้านิดบอกนายไข้ขึ้น แต่สะเออะ อยากออกจากบ้าน!!” มันเล่นแม่!! แบบนี้ใครจะเถียงต่อได้วะ

                “ไงล่ะ เถียงไม่ออกเลยใช่ไหมไอ้เด็กไม่รู้จักโตเอ้ย” เหอะ ทำเป็นมาสั่งสอน ตั้งแต่มีแฟนเคยเห็นหัวกันด้วยเหรอ

                “ใครมันจะไปดีเท่าแฟนของแก” ผมสะบัดมือมันออกสุดแรง คราวนี้สำเร็จซะด้วย

                “เกี่ยวอะไรกับพี่แตง ที่พูดก็เพราะเป็นห่วง ไม่อยากเห็นคนที่ฉันรักเป็นอะไรไป นายยิ่ง...” ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

                “หยุดสักที”

                “ห๊ะ...”

                “หยุดพูดคำว่ารักสักที!! ถ้าไม่คิดถึงหัวใจคนฟังก็หยุดพูดสักที จะให้ฉันทรมานไปอีกนานแค่ไหนเรียว นายบอกรักกับทุกคน ทุกคนที่นายเข้าใกล้ ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ถ้านายไม่ได้หมายความแบบนั้นจริงๆ ก็เลิกพูดมันสักที เพระฉันทนฟังคำว่ารักที่นายมอบให้คนอื่นไม่ได้อีกแล้ว!!”

ทุกอย่างนิ่งสนิท ผมเห็นสีหน้าตกใจของเรียว รู้สึกถึงน้ำตาของตัวเอง และเสียงฝีเท้าของผมที่วิ่งจากมา จบสิ้นแล้วความลับ เจ็ดปีของผม จบแล้ว เรียว....

..................................................

...................................

..............

                อ่า...ปวดหัวชะมัด รู้สึกเหมือนไข้จะขึ้นด้วย ไม่น่าออกไปซ่าเลยให้ตายเหอะ รู้งี้นอนรอไอ้เรียวมาระ....

                “ฉิบหายแล้ว!!” ผมลุกพรวดขึ้นจากเตียง เมื่อคืน...เมื่อคืนผมเมา จนเผลอไปพูดบ้าๆกับไอ้เรียว ตาย ตายแน่ งานนี้ ถ้าวิ่งไปขอโทษแล้วบอกว่าเมื่อคืนผมเมา มันจะเชื่อคำโกหกนี้ไหมนะ ถ้าบอกว่าที่พูดไปมันไม่จริง ผมจะต้องตกนรกหรือเปล่า

                “ไง หายซ่าหรือยัง”

                “เหวอ!!” ผมร้องด้วยความตกใจก่อนจะมองไปทางต้นเสียง

                ...เรียว...

                “เมื่อคืนมีไอ้บ้าขี้เมาไปอาลาวาดอยู่กลางซอย...” มันพูดประชดผมด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับคนที่โดนโวยใส่ไม่ใช่ตัวมัน ความรู้สึกผิดวิ่งขึ้นมาจุกอกผมแทบจะในทันที ถ้าพี่แตงได้ยินจะเกิดอะไรขึ้นนะ

                “เอ่อ..คือ...ฉัน...ขอโทษ” เรียวขยับยิ้มกว้าง

                “ฉันเลิกกับพี่แตงแล้วนะ” เหมือนฟ้าผ่ากลางกระบาล นี่ผมเป็นเหตุให้เพื่อนเสียแฟนงั้นเหรอ

                “เรียว ฉัน...”

                “ฟังก่อนสิ” ผมจะบอกมันว่า ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่มันกลับเอามือมาอุดปากผมซะได้

                “พี่แตงกับฉันจบกันด้วยดีนะ ที่จริงพี่แตงเป็นคนทำให้ฉันเข้าใจว่าฉันคิดยังไง แล้วควรจะทำยังไงต่อไป” รอยยิ้มของเรียวตรึงผมให้หยุดนิ่ง มันเป็นรอยยิ้มที่บอกว่าให้ผมเชื่อใจมัน

                “ฉัน-รัก-นาย-ดิว” หัวใจผมพองโต ทุกถ้อยคำถูกเน้นย้ำอย่างหนักแน่น ความรู้สึกบางอย่างบอกผมว่าการบอกรักครั้งนี้มันไม่เหมือนกับที่ผ่านมา

ผมควรจะเชื่อในสิ่งที่คิดหรือเปล่า หรือผมควรจะเชื่อในหัวใจของตัวเอง ไม่สิ สิ่งที่ผมควรเชื่อคือตัวมันใช่ไหมนะ ...ฉันเชื่อนายเรียว...

                .

                .

                “ระ...เรียว...ฉันก็รักนาย”

-Fin-

 

 

โดนน้องสาวพูดใส่ว่าเหมือนไม่จบ

ไอ้เราก็ไม่แน่ใจ แต่ไม่มีพล๊อตต่ออ่ะ

ที่จริงอยากเขียนเมะแรดๆ กับเคะปากหนักมากกว่า

จริงๆก็เขียนอยู่

แต่ก็ยังไม่จบอ่ะนะ

ไอ้นี่ดันจบก่อนซะได้

เหมือนจะว่าง

คิดถึงเพื่อนๆ

คิดถึงคนที่เท็กซัส

คิดถึงม.

เบื่อบ้านแล้ว

จบ

edit @ 11 Nov 2011 00:56:36 by yiring

edit @ 11 Nov 2011 00:57:23 by yiring

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ซซซซซซซซซ!!! ตอนสองเถอะะะะะะะะะะะ อย่าจบจิมันค้างคาโฮรกกกกกกกกกผผกกกผกกกกกกกกกกกกกกก อยากดราม่าก่าเน้นนนนนนน

#2 By Frozen (110.49.232.106) on 2011-11-11 14:52

อะไร๊!! มันต้องดราม่ามากกว่านี้สิ!! #ผิด
ดิวซึน ดิวซิน ดิวซิน ดิวซิน แฮ่กๆ ฟืดดด(???)
แล้วทำไมไม่มีเรทละ?! #ยิ่งผิดใหญ่

คิดฮอดคนที่ไทย /ซับน้ำลาย/ /ไม่ใช่แล้ว!!

#1 By Se.ChoU on 2011-11-11 08:26